ของหวาน ภัยใกล้ตัว

ของหวาน ภัยใกล้ตัว

ของหวาน ภัยใกล้ตัว เป็นสิ่งที่หลายคนชื่นชอบ มีส่วนประกอบหลักที่เป็นตัวชูรสชาติ คือ น้ำตาล ที่ทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า รู้สึกสดชื่น ช่วยกระตุ้นให้สมองหลั่งสารแห่งความสุขหรือสารเอ็นโดร แต่ข้อมูลที่น่าตกใจก็คือ “คนไทยบริโภคน้ำตาลเฉลี่ยสูงสุดวันละ 20 ช้อนชา สะท้อนให้เห็นว่าผู้คนตระหนักถึงโทษของ “น้ำตาล” ไม่มากพอ จึงบริโภคกันอย่างไม่จำกัด ทั้งที่ความจริงแล้วขนมหวานหลายชนิดที่เต็มไปด้วยน้ำตาล ทำร้ายสุขภาพได้มากกว่าที่หลายคนรู้

เครื่องปรุงที่เพิ่มรสชาติอาหารคาวหวานให้ยิ่งหวานอร่อยมากขึ้น แถมเวลาได้กินอะไรหวานๆเข้าไปนี่ ได้ความฟินมาก และเชื่อว่าใครหลายคนในที่นี้ก็โปรดปรานความหวานมาก นอกจากมันจะให้พลังงาน ทำให้เรารู้สึกดียิ่งกินยิ่งเจริญอาหารแล้ว

แต่ทราบหรือไม่คะว่ากินมากไปจะเกิดโทษอย่างไรต่อสุขภาพบ้าง แน่นอนค่ะว่าการกินอะไรที่มากเกินไปมันย่อมก่อให้เกิดโทษด้วยกันทั้งนั้น เพราะฉะนั้น ตามเรามาดูกันเลยนะคะว่าโทษจากการกินของหวานมากเกินไปจะก่อให้เกิดโทษอย่างไร

อันตรายจาก “ขนมหวาน”

ทำร้ายผิว

หากบริโภคของหวานมากเกินไป จะทำให้ลกระทบต่อคอลลาเจนในผิวเราค่ะ  จะเกิดกระบวนการที่ทำให้เลือดไปจับตัวกับโปรตีน ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า AGEs (advanced glycation end products) ที่เข้าไปทำลายเส้นใยคอลลาเจนที่มีหน้าที่รักษาความกระชับและความยืดหยุ่นของผิวหนัง ส่งผลให้ผิวเราแห้ง ย่อนคล้อย และเกิดริ้วรอยตามมาในที่สุด และยังทำให้สารต้านอนุมูลอิสระในร่างกายเราลดน้อยลง ทำให้ผิวเราโดนทำร้ายจากแสงแดดได้ง่ายขึ้น ถือว่าร้ายยกกำลังสองเลยทีเดียว

เสี่ยงเกิดสิว

การทานน้ำตาลเยอะยังส่งผลให้เกิดการก่อตัวของสิว จากการวิจัยโดยหลักๆแล้วพบว่ามี 2 สาเหตุใหญ่ๆ นั่นก็คือฮอร์โมนและการอักเสบของผิว เมื่อเราทราบแล้วว่าการเพิ่มของอินซูลินส่งผลให้เกิดการอักเสบของผิวได้มากขึ้น ในขณะเดียวกันก็ยังถือว่าเป็นการเพิ่มของฮอร์โมนด้วย ทำให้ต่อมน้ำมันผลิตน้ำมันออกมามาก นำไปสู่การสะสมของแบคทีเรีย และทำให้เกิดสิวได้ในที่สุดนั่นเองค่ะ

เสี่ยงเป็นโรคร้ายแรง

เพราะการกินของหวานหรือน้ำตาลเยอะเกินไป ทำให้ร่างกายทำงานผิดปกติและเกิดโรคได้หลายชนิด เช่น

โรคเบาหวาน  โรคเรื้อรังที่เกิดจากความผิดปกติของกระบวนการเปลี่ยนน้ำตาลในเลือด หรือเกิดจากความผิดปกติของ “อินซูลิน” ทำให้ร่างกายดึงเอาน้ำตาลไปใช้ไม่ได้ จึงเกิดภาวะระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินปกติ เป็นสาเหตุของอาการอักเสบต่างๆ และเกิดภาวะโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ตามมา

โรคหัวใจ  โรคหลอดเลือดในสมองตีบหรือแตก  เพราะเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงร่างกายถูกทำลายจากปริมาณน้ำตาลตกค้างในเส้นเลือด ส่งผลให้ระบบไหลเวียนโลหิตในร่างกายไม่มีประสิทธิภาพดังเดิม เกิดการแตก ตีบ อุดตันง่ายขึ้น

โรคมะเร็งตับอ่อน  มีการตรวจพบว่าผู้ป่วยโรคมะเร็งตับอ่อนส่วนใหญ่ มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูง อีกทั้งน้ำตาลยังเป็นอาหารชั้นดี ทำให้เซลล์มะเร็งเติบโตได้อย่างรวดเร็ว

ติดเชื้อรุนแรงได้ง่าย น้ำตาลทำให้ความสมดุลแร่ธาตุในร่างกายเสียไป จึงติดเชื้อโรคและเจ็บป่วยได้ง่ายกว่าปกติ ทั้งยังมีแนวโน้มที่จะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เพราะเชื้อโรคสามารถใช้น้ำตาลเป็นอาหารหล่อเลี้ยงตัวเอง

เสี่ยงโรคอ้วน  น้ำตาลมีอยู่ในอาหารและเครื่องดื่มเกือบจะทุกชนิด โดยเฉพาะชาเขียว น้ำอัดลม ที่มีปริมาณน้ำตาลสูงถึง 10-12 ช้อนชา และมีข้อมูลพบว่าคนไทยกว่า 17 ล้านคนดื่มน้ำอัดลมทุกวัน ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดภาวะอ้วน บาคาร่า น้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน อันเป็นสาเหตุของการเกิดโรคแทรกซ้อนได้

ก่อให้เกิดโรคฟันผุ

อาหารจากแป้งเมื่อร่างกายย่อย แล้วก็จะได้เป็นน้ำตาลดูดซึมเข้าไปในกระแสเลือดเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นน้ำตาลใด ๆ ในอาหาร แบคทีเรียในปากจะดำรงชีพอยู่ได้ด้วยการย่อยสลายแป้ง และน้ำตาลที่คั่งค้างอยู่ในช่องปากทำให้เกิดกรดแล็กติก กรดแล็กติกนี้เองที่จะเป็นตัวทำลายเคลือบฟันให้กร่อน และบางลงจนเกิดฟันผุ

ทำให้อารมณ์แปรปรวน

            แม้ว่าการกินจะทำให้รู้สึกดีขึ้น แต่เมื่อเวลาผ่านไปผลที่ตามมาก็ไม่ได้ดีอย่างที่คิดค่ะ  พบความเชื่อมโยงระหว่างภาวะซึมเศร้ากับการรับประทานน้ำตาลและอาหารฟาสต์ฟู้ด ว่า ผู้ที่รับประทานอาหารติดต่อกัน 6 ปี เกือบ 40% มีความเสี่ยงสูงมากที่จะเป็นโรคซึมเศร้า เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้รับประทานอาหารขยะซ้ำยังเกิดภาวะดื้ออินซูลินและสมองยังหลั่งสารโดปามีน (dopamine) ซึ่งเป็นสารความสุขน้อยลงอีกด้วย

เสพติดความหวาน

การกินอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีรสชาติหวาน จะทำให้สมองหลั่งสารที่มีฤทธิ์คล้ายมอร์ฟีน ทำให้รู้สึกมีความสุข คุ้นชิน รวมถึงสั่งการให้ร่างกายมีความต้องการน้ำตาลมากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นติดอยู่ในวงจรความหวาน ต้องกินอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มที่มีรสชาติหวานบ่อยครั้ง เหมือนร่างกายขาดน้ำตาลไม่ได้ เช่น ชานมไข่มุก เค้ก ขนมหวานต่างๆ จนกลายเป็นสาเหตุของโรคต่างๆ ในที่สุด รสชาติหวานในอาหารและเครื่องดื่ม อาจให้ความรู้สึกสดชื่นทุกครั้งที่กินเข้าไป แต่ไม่ควรบริโภคน้ำตาลจนติดเป็นนิสัย ufabet หรือบริโภคน้ำตาลในปริมาณมากๆ ติดต่อกัน  เพราะนั่นอาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดโรคเรื้อรังต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อร่างกาย ต่อการดำเนินชีวิตในอนาคตของคุณเอง

ต่อให้เราจะรู้คุณรู้โทษของอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพแล้วก็ตาม สุดท้ายความอร่อยก็มักชนะทุกเหตุผลได้เสมอ สิ่งสำคัญคือ การรู้จักควบคุมปริมาณการกินที่เหมาะสม กินให้พอดี อย่าตามใจปากมากเกินไป เพื่อสุขภาพกายที่แข็งแรงในระยะยาว ควบคู่ไปกับการทำความสะอาดฟันให้ถูกวิธีเป็นประจำทุกวัน เพื่อที่จะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับการกินกันไปอีกนานๆ